จักรยานสปิน – Spinbike
หมวดหมู่ : 🔵 Cardio – HIIT / Tabata / Active Recovery
ระดับความยาก : ★★☆☆☆ ถึง ★★★☆☆ (ผู้เริ่มต้นถึงระดับกลาง–สูง)
อุปกรณ์ : จักรยานสปินหรือจักรยาน RPM แบบในยิม
วัตถุประสงค์
- พัฒนาระบบ หัวใจ–ปอด (cardiorespiratory) แบบเต็มโดยไม่มีแรงกระแทกใส่ข้อต่อมากเกินไป.
- เสริมกำลังช่วงล่าง และให้แกนกลาง–ช่วงบนทำหน้าที่ stabilizer ผ่านการปั่นที่ลื่นไหลและเป็นวง.
- เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าลู่วิ่งสำหรับคนที่เข่า สะโพก หรือหลังส่วนล่างไวต่อแรงกระแทก.
- ใช้เป็น อุปกรณ์หลักสำหรับบล็อก HIIT และ Tabata ในเมธอด 1 % (คุมความหนักได้ละเอียด 100% แบบ indoor).
กล้ามเนื้อที่ทำงาน
- หลัก : หน้าขา (Quadriceps), หลังขา (Hamstrings), น่อง (Calves).
- ก้น : กล้ามเนื้อก้นใหญ่–ก้นกลาง (เด่นชัดในท่ายืน / ใช้แรงต้านสูง).
- ลำตัว : หน้าท้องและหลังล่างทำงานแบบ เกร็งแกนกลางคุมท่าตลอด โดยเฉพาะตอนยืนปั่น.
- ช่วงบน : ไหล่ แขน และกล้ามเนื้อรอบสะบักทำหน้าที่ stabilizer เวลา sprint หรือยืนปั่น.
รูปแบบการฝึก (Variations)
- สปรินต์นั่ง (Seated sprints) : เน้นกำลังระเบิดที่หน้าขา (Quadriceps).
- สปรินต์ยืน (Standing sprints) : โฟกัสก้น–หลังขา ให้ความรู้สึกคล้ายวิ่งขึ้นเนิน.
- ปั่นขาเดียว (30 วินาที / ข้าง) : ช่วยเรื่องสมดุล ซิมเมทรี และคุณภาพของการกด–ดึงรอบปั่น.
- เพิ่มแรงต้านแบบไต่ระดับ (Progressive resistance) : รูปแบบพีระมิด เหมาะมากกับบล็อก HIIT ที่ต้องคุมโหลดทีละช่วง.

จักรยานสปินคืออุปกรณ์หลักสำหรับยิง HIIT หรือ Tabata หนักๆ ในขณะที่ลดความเสี่ยงต่อข้อต่อให้น้อยที่สุด.
เทคนิค — Step by Step
ตำแหน่งเริ่มต้น
เริ่มจากการปรับความสูงเบาะ : ยืนข้างจักรยานให้ระดับเบาะอยู่ใกล้ระดับกระดูกเชิงกราน (สะโพก). เมื่อนั่งแล้ว เข่าควรงอเล็กน้อยตอนจุดล่างสุดของรอบปั่น (ไม่เหยียดล็อก). แฮนด์สูงเท่าหรือสูงกว่าเบาะเล็กน้อย หน้าอกเปิด ศอกผ่อนคลาย แกนกลางเกร็งเบาๆ สายตามองไกล.
เริ่มการปั่น
เริ่มจากแรงต้านเบาถึงกลาง มองหาฟิลลิ่งปั่นเป็นวง : กดลงแล้วดึงกลับขึ้นแบบลื่นๆ ไม่กระชาก. ท่านั่ง ให้เชิงกรานนิ่ง ไม่โยก. ท่ายืน (สไตล์ RPM / sprints) ให้น้ำหนักอยู่ทั้งฝ่าเท้า ลำตัวเอนไปด้านหน้าเล็กน้อย มือจับแฮนด์มั่นคงแต่ไม่เกร็ง.
การคุมความหนัก (Intensity)
- Bloc Neuro (ก่อน HIIT) : 5 นาทีที่ 50–60% effort, cadence 80–90 รอบ/นาที, ใช้แรงต้านเบาถึงกลาง. ความรู้สึก : หายใจสบาย ขาเริ่มอุ่น.
- Bloc Tabata : 8 × (20 วินาทีทำงาน / 10 วินาทีพัก) ที่ 90–100% effort. ใช้แรงต้านค่อนข้างสูงแต่ยังคุมได้ cadence ช่วงทำงาน 90–110 รอบ/นาที ช่วงพักลดโหลดให้เบาแต่ยังหมุนต่อ.
- Active recovery : 3–6 นาทีที่ 40–50% effort แรงต้านเบามาก เป้าหมายคือให้ HR ค่อยๆ ลดลงโดยไม่หยุดนิ่ง.
การหายใจ / ท่าทาง
รักษาการเกร็งแกนกลางเบาๆตลอดเซต หลีกเลี่ยงการทิ้งน้ำหนักลงบนแฮนด์หรือเหยียดแขนล็อก. หายใจเป็นจังหวะ : หายใจออกช่วงกดลง หายใจเข้าช่วงดึงกลับขึ้น. ยิ่งความหนักสูงเท่าไหร่ ยิ่งต้องโฟกัสที่ความนิ่งของเชิงกราน.
จบหนึ่งบล็อก
เมื่อจบ HIIT หรือ Tabata ให้ลดแรงต้านก่อนแล้วค่อยลด cadence ลงอยู่ในโหมดปั่นเบามาก 1–3 นาที ก่อนลงจากจักรยาน. อย่ากระโดดลงพื้นทันที ให้เวลาหัวใจและความดันปรับกลับทีละนิด.
| ❌ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย | ✅ วิธีที่ถูกต้อง |
|---|---|
|
|
รูปแบบการฝึกมาตรฐาน
| Bloc Neuro (ก่อน HIIT) | Bloc Tabata (ระเบิดพลัง) | Bloc Active Recovery (Cool down) | |
|---|---|---|---|
| ระยะเวลา | 5 นาที | 4 นาที (8 × 20/10) | 3–6 นาที |
| ความหนักโดยรวม | 50–60% effort | 90–100% effort | 40–50% effort |
| เป้าหมายหลัก | ปลุกระบบประสาทและเตรียมกล้ามเนื้อให้พร้อม | สร้างเมตาบอลิกพีคและพลังระเบิดสูงสุด | ค่อยๆ ลด HR และกลับสู่สภาวะปกติโดยไม่มีแรงกระแทก |
| ความรู้สึก | หายใจสบาย ขาเริ่มตื่นตัว | ต้นขาไฟลุก หายใจสั้นมากช่วงท้ายบล็อก | หัวใจเต้นช้าลง ความตึงเครียดในกล้ามเนื้อลดลง |
วิธี 1 %
⚠️ หลีกเลี่ยงการใส่ HIIT ยาว + Tabata เต็ม 8 รอบบนจักรยานคันเดียวใน session เดียว
Phase 2 – Neuro-connection : 5 นาทีที่ 50–60% HR Max
- ระดับ 1 : นั่งปั่น แรงต้านเบา cadence ลื่น หายใจสบาย.
- ระดับ 2 : แรงต้านปานกลาง cadence 80–90 รอบ/นาที รู้สึกมีงานแต่ยังไม่มี burn แรง.
- ระดับ 3 : เพิ่มแรงต้านเล็กน้อย ลุกยืนสั้นๆ เป็นช่วงๆ ขยับไปแถวๆ 60% effort.
เป้าหมาย : ปลุกช่วงล่างและระบบประสาทให้พร้อม โดยไม่เผาพลังจนกระทบบล็อก HIIT หรือ Tabata หลัก.
Cardio Peak 1 & 2 : HIIT คุมฟอร์ม + Tabata ปิดท้าย
HIIT (Phase 3 – Cardio Peak 1)
- ฟอร์แมต : 6–10 × (30 วินาทีทำงาน / 30 วินาทีพัก) หรือ 8 × (40/20) ตามระดับคนฝึก.
- ความหนัก : 70–85% effort, RPE 7–8/10 cadence ดินามิกแต่ฟอร์มต้องนิ่ง.
- ท่าทาง : นั่งหรือยืนตามแรงต้าน แต่เชิงกรานต้องนิ่ง แกนกลางเกร็ง ไหล่ผ่อนคลาย.
- พักแบบ active : ลดแรงต้าน cadence ช้าถึงปานกลาง ไม่หยุดหมุนสนิทระหว่างรอบ.
เป้าหมาย : สร้างพีคคาร์ดิโอที่ควบคุมได้ โดยไม่แลกกับเทคนิคหรือความนิ่งของลำตัว.
Tabata (Phase 6 – Cardio Peak 2)
- ฟอร์แมต : 8 × (20 วินาทีทำงาน / 10 วินาทีพัก) บนจักรยานสปินอย่างเดียว.
- ความหนัก : 90–100% effort, RPE 9–10/10 รักษา cadence ให้เต็มทุก 20 วินาที.
- แรงต้าน : สูงแต่ยังปั่นได้ลื่น ไม่กระตุกหรือสะดุด.
- การฟื้นตัว : 10 วินาทีปั่นเบามากแบบ active แล้วตามด้วย cool down 3–6 นาทีหลังจบบล็อก.
โน้ตจากโค้ช
การตั้งค่าที่ดีเปลี่ยนทุกอย่างได้ :
👉 พลังออกตัวดีขึ้น
👉 ความตึงเกร็งลดลง
👉 cadence ลื่นไหล
👉 และที่สำคัญ ไม่มีอาการเจ็บเข่า / สะโพก / หลังล่าง.
นี่คือวิธีเช็คง่ายๆ ที่ใช้ได้กับลูกค้าทุกคนในคลาสของคุณ.
ความสูงเบาะ (พื้นฐานที่สุด)
ขาควรเกือบเหยียดแต่ไม่ล็อกเข่าเมื่ออยู่จุดล่างสุดของรอบปั่น.
วิธีเช็คแบบง่าย :
- ยืนตัวตรงข้างจักรยาน.
- ปรับเบาะให้สูงใกล้ระดับกระดูกเชิงกราน (แนว crest ของสะโพก).
- นั่งบนเบาะ → วางส้นเท้าบน pedal → ปั่นลงจุดล่าง.
- ถ้าขาตึงแต่ไม่ hyperextension แปลว่าระดับกำลังดี.
- เมื่อเปลี่ยนกลับมาลงน้ำหนักที่หน้าเท้า จะเหลือมุมงอเล็กน้อยที่รู้สึกสบาย.
👉 ความผิดพลาดคลาสสิก : เบาะเตี้ยเกิน = เข่ารับโหลดมากเกิน.
👉 ทางแก้ : ขยับเบาะขึ้นทีละขั้น ถ้ามีอาการ burn แปลกๆ รอบๆ หัวเข่า.
ระยะหน้า–หลังของเบาะ (ปรับแนวนอน)
เป้าหมาย : ศูนย์ถ่วงนิ่ง เข่าได้ไลน์ปลอดภัย.
วิธีเร็วๆ :
- ตั้ง crank ให้ขนานพื้น เท้าข้างหน้าวางบน pedal.
- มองแนวดูกระดูกสะบ้า (เข่า) : ควรอยู่เหนือแกน pedal ไม่เลยไปข้างหน้า.
- ถ้าเข่าเลยไปด้านหน้า → เลื่อนเบาะถอยหลัง.
- ถ้ารู้สึกว่าต้อง “ดันไปข้างหลัง” ตลอด → เลื่อนเบาะมาด้านหน้าหน่อย.
👉 ฟิลลิ่งที่ต้องการ : สามารถกดแรงได้เต็มโดยไม่รู้สึกว่าหน้าขาบล็อกข้อต่อเข่า.
ความสูงแฮนด์
ต่างจากจักรยานถนน ที่นี่เราเน้นความสบายและการหายใจเต็มปอด ไม่ได้เน้นแอร์โร่.
แนวทางปรับ :
- ตั้งแฮนด์สูงเท่าเบาะหรือสูงกว่าเล็กน้อย.
- ปรับสูงขึ้นอีกถ้า :
✓ หลังล่างเคยเจ็บ
✓ คอตึงบ่อย
✓ เป็นมือใหม่.
👉 แฮนด์ต่ำเกิน = ลำตัวพับ = คอ–บ่า–ทราพเกร็ง.
👉 ระดับที่ใช่ = หายใจได้เต็มลมหายใจ พร้อมคุมแกนกลางไปด้วย.
ระยะถึงแฮนด์ (Selle–Guidon Reach)
ลองวางมือบนแฮนด์แล้วเช็ค :
- ศอกงอเล็กน้อย.
- ไหล่ผ่อนลง ไม่ยกจ่อหู.
- ลำตัวไม่ต้องเอื้อมไกลหรือพับตัวมากเกิน.
ตัวชี้วัดง่ายๆ :
ต้องโค้งหลังมากเพื่อเอื้อมถึงแฮนด์ = แฮนด์ไกลเกินไป → ดึงเข้ามา.
ถ้าแขนเหยียดจนแทบตึงตลอดเวลา = แฮนด์ใกล้เกินไป → ขยับออกเล็กน้อย.
สายนิรภัย/สายรัด pedal
สายรัดที่หลวมเกินไป = พลังหาย + เท้าเสี่ยงหลุดจาก pedal.
ทิปสำหรับโค้ช :
- ปรับให้หน้าเท้าอยู่กึ่งกลาง pedal และสามารถดึงขึ้นได้ลื่น.
- แน่นเกิน = เจ็บหรือชา.
- หลวมเกิน = เสียแรงฟรีและคุมจังหวะยาก.
สรุปสำคัญ :
- ความสูงเบาะ : ขาเกือบเหยียด แต่ไม่ล็อกเข่า.
- ตำแหน่งหน้า–หลังของเบาะ : เข่าอยู่เหนือแกน pedal.
- แฮนด์ : ปรับเพื่อความสบาย + หายใจได้เต็ม.
- ระยะถึงแฮนด์ : แขนผ่อน หลังเป็นกลาง.
- สายรัด : กระชับพอดีเพื่อให้เท้านิ่งและถ่ายแรงได้ดี.
ถ้าใช้ถูกวิธี Spinbike จะกลายเป็น “ห้องแล็บคาร์ดิโออัจฉริยะ” ของคุณ : HIIT, Tabata และ Active Recovery ครบจบ โดยแทบไม่ต้องกังวลเรื่องแรงกระแทกที่ข้อต่อ.
