Jumping Jack (จัมพ์ปิ้งแจ็ค)

  • กระตุ้นระบบหัวใจและหลอดเลือด เพิ่มอัตราการเต้นหัวใจอย่างรวดเร็ว
  • ช่วยส่งเสริมการเผาผลาญไขมัน เมื่อใช้ในบล็อก HIIT หรือ Tabata
  • พัฒนาการประสานงาน แขน–ขา ด้วยท่าที่ทำซ้ำได้ง่าย
  • พัฒนาความทนทานระบบหัวใจและร่างกายโดยรวม ปรับความหนักและระยะเวลาได้ง่าย
  • หลัก : กล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า (Quadriceps) ต้นขาด้านหลัง (Ischio-jambiers) น่อง สะโพก (ก้นใหญ่–กลาง) และไหล่ (เดลทอยด์ด้านหน้าและกลาง)
  • เสริม : กล้ามท้อง หน้าท้องด้านข้าง กล้ามเนื้อด้านในขา (Adducteurs) และกล้ามเนื้อรอบสะบัก
  • คงสภาพท่า : กล้ามเนื้อหลังส่วนล่าง กล้ามเนื้อฝ่าเท้าและข้อเท้า ช่วยเรื่องความมั่นคงตอนลงเท้า
  • ง่ายขึ้น : Step Jack (ก้าวเปิดทีละข้างโดยไม่กระโดด) ใช้แขนกึ่งกลาง ระดับแรงปานกลาง และโนอิมแพ็ค (ไม่กระแทก)
  • ยากขึ้น : Power Jack (กระโดดแรงและสูงขึ้น) ใส่ยางยืดรอบข้อเท้า ใช้ในบล็อก HIIT หรือ Tabata
ท่า Jumping Jack สำหรับโค้ชฟิตเนส

Jumping Jack เป็นท่าคลาสสิกของคาร์ดิโอ: ง่าย ได้ผล ใช้ได้ทั้งช่วงวอร์มอัพ และในบล็อก HIIT หรือ Tabata ที่มีโครงสร้างชัดเจน

  1. ท่าเริ่มต้น :
    ยืนตัวตรง เท้าชิด แขนแนบลำตัว
    รักษาเข่าให้นิ่มตลอดเวลา เกร็งแกนกลางเล็กน้อย อกผาย (“chest up”) มองตรงระดับสายตา
    เกร็งกล้ามท้องเบาๆ เพื่อลดการแอ่นหลังส่วนล่าง
  2. เฟสเปิด (กระโดดแยกขา) :
    กระโดดแยกเท้าออกด้านข้าง กว้างกว่าหัวไหล่เล็กน้อย พร้อมยกแขนขึ้นเหนือศีรษะ (ไม่ยกจนไหล่ตึงเกินไป)
    ลงน้ำหนักที่ปลายเท้า ให้เท้า “เบา” เข่างอรับแรงกระแทก
  3. เฟสปิด :
    กลับสู่ท่าเริ่มต้นโดยดึงขาและแขนกลับพร้อมกัน ให้แขนกลับมาแนบลำตัว
    คุมจังหวะแขนตอนลง รักษาลำตัวให้นิ่ง และหลีกเลี่ยงการทิ้งน้ำหนักลงส้นเท้าแรงๆ
  4. จังหวะ / ช่วงการเคลื่อนไหวที่แนะนำ :
    วอร์มอัพ : จังหวะปานกลาง หายใจสบาย เน้นแรงกระแทกเบาๆ
    HIIT / Tabata : จังหวะเร็วขึ้น (ประมาณ 1–2 ครั้งต่อวินาที) แต่ยังคงเข่าให้นิ่ม และลงเท้าให้เบา

❌ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย✅ เทคนิคที่ควรทำ
  • 🚫ลงน้ำหนักแรงที่ส้นเท้า → แรงกระแทกส่งตรงไปที่เข่าและหลังส่วนล่าง
  • 🚫เข่าหมุนเข้าด้านในเวลากระโดด
  • 🚫อกห่อหรือหลังแอ่นมากเกินไปตอนยกแขนขึ้นเหนือศีรษะ
  • 💡รักษาเข่าให้นิ่ม และลงน้ำหนักเบาๆ ที่ปลายเท้า
  • 💡จัดแนวเข่าให้ตรงกับปลายเท้า เท้าเปิดออกเล็กน้อยด้านนอก
  • 💡เกร็งกล้ามท้อง ยืดอก และควบคุมระยะการยกแขน ไม่ดึงจนรู้สึกตึงหลังส่วนล่าง

วอร์มอัพ
เพิ่มการทำงานของหัวใจแบบค่อยเป็นค่อยไป
HIIT
ดันหัวใจขึ้นสู่โซนสูงแบบคุมได้
ความทนทานคาร์ดิโอ
ทำต่อเนื่องยาวๆ
เซ็ต1 – 34 – 83 – 6
ระยะเวลา20 – 40 วินาที20 – 40 วินาทีต่ออินเทอร์วาล30 – 60 วินาทีต่อเซ็ต
เทมโปจังหวะปานกลาง แรงกระแทกเบาจังหวะเร็ว เข่านิ่ม เท้าเบาจังหวะปานกลาง คุมลมหายใจได้
พัก0 – 20 วินาที10 – 30 วินาทีระหว่างอินเทอร์วาล15 – 45 วินาที หรือใส่ในรูปแบบเซอร์กิต
HIIT – Cardio Peak 1 อินเทอร์วาล 20–40 วินาทีTabata – Cardio Peak 2 20 วินาที / พัก 10 วินาที – 8 รอบ
เป้าหมายสร้างพีคคาร์ดิโอสั้นๆ แต่ควบคุมได้กระตุ้นเอนดอร์ฟินแรงๆ ในช่วงท้ายของเซสชัน
โครงสร้าง4–8 อินเทอร์วาล 20–40 วินาที / พัก 10–30 วินาที8 × (20 วินาที Jumping Jack / พัก 10 วินาที)
ความหนักRPE 7–8/10 ความเร็วสูงแต่ยังคุมฟอร์มได้RPE 8–9/10 ยังต้องลงเท้าเบา เข่านิ่มเสมอ
การพักพักแบบแอคทีฟ (เดินช้าๆ อยู่กับที่) ระหว่างเซ็ตพักสั้นมาก โฟกัสที่การคุมลมหายใจ
ความถี่1–2 ครั้ง/สัปดาห์ ขึ้นกับระดับและการฟื้นตัวไม่เกิน 1 ครั้ง/สัปดาห์สำหรับ Jumping Jack สลับกับท่าอื่น
คีย์โค้ช“Soft knees, light feet” : เข่านิ่ม เท้าเบา เสียงลงเท้าเงียบ ฟอร์มลำตัวนิ่งรักษาฟอร์มให้สะอาดแม้เริ่มล้า ลดระยะการกระโดดแทนที่จะยอมให้ท่าหลุด

หลักการใส่ในโปรแกรม

  • เฟส 1 – Warm-up : ใช้ Jumping Jack (หรือ Step Jack) เพื่อเพิ่มอุณหภูมิร่างกายทีละนิด เริ่มจากเวอร์ชันโนอิมแพ็คก่อน แล้วค่อยเพิ่มการกระโดด
  • เฟส 3 – Cardio Peak 1 (HIIT) : ใส่อินเทอร์วาล Jumping Jack เพื่อสร้างพีคคาร์ดิโอแรก ใช้จังหวะคล้ายบล็อก “คาร์ดิโอง่ายๆ” สไตล์ BodyAttack
  • เฟส 6 – Cardio Peak 2 (Tabata) : เลือก Jumping Jack หรือ Power Jack เป็นท่าหลักของ Tabata ช่วงท้าย เพื่อดันเอนดอร์ฟินให้พีค โดยไม่ทำให้เทคนิคซับซ้อนเกินไป

ความถี่ที่แนะนำ

  • ใส่ Jumping Jack ในโปรแกรมสัปดาห์ละ 1–3 ครั้ง ตามระดับของลูกค้า ปรับสลับระหว่างเวอร์ชันโนอิมแพ็คและความหนักสูง
  • เช็คความรู้สึกที่ข้อต่อ (เข่า ข้อเท้า หลัง) ตลอดเวลา หากเริ่มรู้สึกตึงหรือเจ็บ ให้ลดช่วงการเคลื่อนไหวลง หรือถอยกลับไปใช้ Step Jack ชั่วคราว