กลับไปที่ BodyMetrics Free
Tabata 20/10 4 นาที: ออกแรง 20 วินาที พัก 10 วินาที รวม 8 รอบ

ตัวจับเวลา Tabata

เลือก 4 ท่า กดเริ่มเซสชัน แล้วทำตามภาพ เวลา เสียงบี๊บ และเสียงกง พรีเซ็ตช่วยตั้งค่าได้เร็วขึ้น โดยยังปรับแต่งท่าได้ตามต้องการ

พรีเซ็ต = ประหยัดเวลา เลือกเอง = ปรับเซสชันให้เหมาะกับอุปกรณ์ที่มี
เคล็ดลับ: Space = หยุดชั่วคราว/เล่นต่อ
ถ้าหน้าจอดับ: ไปที่การตั้งค่า → หน้าจอและความสว่าง → ล็อกอัตโนมัติไม่เลย ระหว่างเซสชัน
รอบ 1/8 ช่วง พร้อมหรือยัง?
00:00
ถัดไป: —

รู้ไหมว่า Tabata ต้นฉบับทำบนจักรยาน indoor cycling?

“Tabata ไม่ได้เริ่มจากแอปฟิตเนสหรือวิดีโอ YouTube แต่มีที่มาจากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในปี 1996 โดย Dr. Izumi Tabata และทีมของเขาที่ National Institute of Fitness and Sports ประเทศญี่ปุ่น”

โปรโตคอลต้นฉบับ

ทำบนจักรยาน indoor cycling โดยมีรูปแบบดังนี้:

  • ออกแรงเต็มที่ 20 วินาที ประมาณ 170% ของ VO₂max ซึ่งสูงกว่าระดับความหนักที่ร่างกายสามารถคงไว้ได้นาน
  • พัก 10 วินาที
  • 7 ถึง 8 รอบ รวมประมาณ 4 นาที
  • ความถี่: 5 ครั้งต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 6 สัปดาห์

👉 นี่ไม่ใช่แค่ “HIIT เบา ๆ” หรือ “20/10 แบบสบาย ๆ นาน 8 นาที” แต่เป็นเซสชันที่หนักจริง ออกแบบมาเพื่อผลักร่างกายไปใกล้ขีดจำกัด

ผลลัพธ์ที่สังเกตได้

ผลลัพธ์โดดเด่นมาก: ภายใน 6 สัปดาห์ นักกีฬามี VO₂max และ anaerobic capacity ดีขึ้น เพราะกระตุ้นระบบพลังงานทั้งสองระบบพร้อมกัน

+7 ml·kg⁻¹·min⁻¹ ของ VO₂max
+28 % ของ anaerobic capacity

ทำไมเวอร์ชันสมัยใหม่จึงไม่ได้ให้ผลเทียบเท่าต้นฉบับเสมอไป

เมื่อเวลาผ่านไป Tabata ถูกปรับใช้มากขึ้น จากเดิมที่ทำบนจักรยานเท่านั้น สู่การใช้ในฟิตเนสและ CrossFit กับท่าหลากหลาย เช่น squat, burpees และ kettlebell แต่ต้องระวัง: “Tabata” ส่วนใหญ่ในปัจจุบันเป็นเวอร์ชันที่ลดความเข้มข้นลง และหนักน้อยกว่าโปรโตคอลทางวิทยาศาสตร์ต้นฉบับ

🫁 บทบาทของ oxygen debt เมื่อความหนักสูงมาก ร่างกายจะดึงพลังงานจากระบบ anaerobic มาใช้ ยิ่งเกิด oxygen debt มากเท่าไร ความทนทานต่อแลคเตตและพลัง anaerobic ก็ยิ่งพัฒนาได้มากขึ้น
🎯 สิ่งที่โค้ชมืออาชีพทำ โค้ชมืออาชีพไม่ได้กำหนดแค่ “คาร์ดิโอกี่นาที” แต่กำหนดโซนอัตราการเต้นหัวใจเป้าหมายให้สัมพันธ์กับระยะเวลา
DietHelper ช่วยอะไร DietHelper มีเครื่องคำนวณอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด พร้อมช่วงเป้าหมายต่ำและสูงสำหรับโซนเผาผลาญไขมัน
👉 หลักฐานคือ Tabata เพียง 4 นาทีสามารถให้ประโยชน์ใกล้เคียงกับคาร์ดิโอระดับปานกลาง 60 นาที แสดงให้เห็นว่าประสิทธิภาพไม่ได้วัดจากเวลาที่ใช้เท่านั้น แต่วัดจากความเข้มข้นและโซนหัวใจด้วย

Tabata — ท่าออกกำลังกายและคู่มือเทคนิค

กด “ดูคู่มือ” เพื่อดูเทคนิคการทำท่า เลย์เอาต์ปรับให้เหมาะกับมือถือ

ท่าออกกำลังกายคู่มือเทคนิค
🚴 จักรยานอยู่กับที่ รูปแบบต้นฉบับของ Tabataดูคู่มือ →
🏃 สปรินต์ Assault Runner / กลางแจ้งดูคู่มือ →
🚣 เครื่องกรรเชียงบกดูคู่มือ →
🤸 Burpeesดูคู่มือ →
🔥 Jump squatsดูคู่มือ →
🚴‍♀️ Air-Bikeดูคู่มือ →
🦵 Jumping lungesดูคู่มือ →
🏋️ TRX Squat แบบช่วยพยุงดูคู่มือ →
🤜 Push-ups แบบวางมือกว้างดูคู่มือ →
⛰️ Mountain climbersดูคู่มือ →
🏃‍♂️ High kneesดูคู่มือ →
✨ Jumping jacksดูคู่มือ →
📦 Box jumpsดูคู่มือ →
⛸️ Skater jumpsดูคู่มือ →
🪢 Battle ropesดูคู่มือ →
🌀 Elbow-to-knee twistsดูคู่มือ →
🛠️ Kettlebell Sumo High Pullดูคู่มือ →
🏃‍♀️ Quick feet runดูคู่มือ →

FAQ

Q1. Tabata ใช้เวลานานเท่าไร?

A. โปรโตคอลคลาสสิกใช้เวลาประมาณ 4 นาที: 8 รอบ ออกแรง 20 วินาที / พัก 10 วินาที

Q2. Tabata กับ HIIT เหมือนกันไหม?

A. Tabata เป็นรูปแบบเฉพาะของ HIIT โดยใช้สูตรคงที่ 20/10 แต่ “Tabata” หลายคลาสในฟิตเนสมักเป็นเวอร์ชันที่ง่ายกว่า

Q3. ควรเลือกท่าแบบไหนเพื่อให้ Tabata ได้ผล?

A. เลือก 4 ท่าที่เรียบง่ายและใช้พลังระเบิด เช่น burpees, jump squats, sprint หรือเครื่องกรรเชียงบก ตัวจับเวลาจะแสดงภาพท่าระหว่างช่วงออกแรง และแสดงท่าถัดไปในช่วงพัก

Q4. เหมาะกับมือใหม่ไหม?

A. เหมาะได้ ถ้าลดความเข้มข้นและเลือกท่า low impact เช่น จักรยาน เครื่องกรรเชียงบก หรือ squat แบบช่วยพยุง แต่ถ้าทำเต็มรูปแบบ จะหนักมาก

Q5. ควรทำกี่ครั้งต่อสัปดาห์?

A. 1 ถึง 3 เซสชันต่อสัปดาห์ก็เพียงพอแล้ว โปรโตคอลต้นฉบับปี 1996 ใช้ความถี่สูงมากบนจักรยาน แต่ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นเพื่อให้พัฒนา

Q6. ทำไมควรเปิดเสียง?

A. เสียงกงบอกจุดเริ่มต้น และเสียงบี๊บ 3 ครั้งสุดท้ายเตือนก่อนจบช่วง ทำให้โฟกัสกับการออกแรงได้โดยไม่ต้องจ้องหน้าจอ

อ้างอิง

Tabata, I., Nishimura, K., Kouzaki, M., Hirai, Y., Ogita, F., Miyachi, M., และ Yamamoto, K. (1996). Effects of moderate-intensity endurance and high-intensity intermittent training on anaerobic capacity and VO₂max. Medicine & Science in Sports & Exercise, 28(10), 1327–1330.